Login | สมัครสมาชิก      

การศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการศึกษาชุดวิชาการออกแบบและพัฒนาเว็บ (96413)

Students’ Opinions on Study Methodology for Web Design and Development Course (96413)

บทคัดย่อ

การศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับวิธีการศึกษาชุดวิชาการออกแบบและพัฒนาเว็บ (96413) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) จำนวนและข้อมูลของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและเข้ารับการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ 2) ความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของเอกสารการสอน และ 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ ประชากรที่ใช้ศึกษา ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ลงทะเบียนเรียนชุดวิชาการออกแบบและพัฒนาเว็บ ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 และมาเข้ารับเข้ารับการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จำนวน 272 คน ทำการศึกษาทั้งประชากร เครื่องมือที่ใช้ศึกษาคือ แบบสอบถาม การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีแจกแบบสอบถามให้กับนักศึกษาทุกคนที่มาเข้ารับการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ ปรากฏว่า ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมา จานวน 216 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 79.41 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า 1.ข้อมูลทั่วไป นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 64.35 อายุระหว่าง 21-30 ปี ร้อยละ50.46 ประกอบอาชีพพนักงาน/ลูกจ้างหน่วยงานเอกชน ร้อยละ 54.63 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 10,001 ถึง 20,000 บาท ร้อยละ 43.52 วุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครเรียนที่ มสธ. คือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญา ร้อยละ 47.69 กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) ร้อยละ 56.48 สาเหตุหลักที่เลือกศึกษากับ มสธ. เพราะอยากเรียนรู้เพิ่มเติม ร้อยละ 63.43 สาเหตุหลักที่เลือกลงทะเบียนเรียนชุดวิชาการออกแบบและพัฒนาเว็บ เพราะมีความสนใจเป็นพิเศษและอยากนำไประยุกต์ใช้งานจริง ร้อยละ 70.83 ได้ดาวน์โหลดเอกสารการสอนชุดวิชานี้จากระบบการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) แล้ว ร้อยละ 60.19 ได้อ่านเอกสารการสอนของชุดวิชานี้แล้ว จานวน 2 หน่วย ร้อยละ 20.77 สาเหตุที่ยังไม่ได้อ่านหรือยังอ่านเอกสารไม่ครบ เนื่องจากไม่มีเวลา ร้อยละ 27.31 ต้องการให้มีสื่อเสริมประกอบการเรียน คือ ซีดีมัลติมีเดีย ร้อยละ 41.67 2.ความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของเอกสารการสอน นักศึกษาส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับความครบถ้วนของเนื้อหาตามวัตถุประสงค์และคำอธิบายชุดวิชา ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.68 ร้อยละ 43.52 ความถูกต้องและทันสมัยของเนื้อหา ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.89 ร้อยละ 45.83 ความเหมาะสมของการจัดเรียงลำดับเนื้อหา ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.76 ร้อยละ 47.22 ความยากง่ายของเนื้อหาเหมาะสมกับผู้เรียน ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.71 ร้อยละ 51.85 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการศึกษาแต่ละหน่วย ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.60 ร้อยละ 45.37 ความสอดคล้องของแบบประเมินตนเองก่อนและหลังเรียนกับวัตถุประสงค์ชุดวิชา ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.69 ร้อยละ 48.15 ความสามารถในการพัฒนาความคิดของผู้เรียน ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.86 ร้อยละ 50.00 การนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์อื่นๆ หรือวิชาอื่นๆ ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.93 ร้อยละ 49.07 3.ความพึงพอใจของนักศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ นักศึกษาส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับความเหมาะสมของกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะด้วยตนเอง ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.94 ร้อยละ 49.08 ความเหมาะสมของกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะภาคสนาม ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.01 ร้อยละ 45.83 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะภาคสนาม ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.74 ร้อยละ 42.13 กิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในชุดวิชาได้ดีขึ้น ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.91 ร้อยละ 43.06 ความรับผิดชอบในการทำกิจกรรมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะด้วยตนเอง ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.96 ร้อยละ 43.06 ความสามารถในการนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะไปประยุกต์ใช้ ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.97 ร้อยละ 45.37 โอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักศึกษาที่เข้ารับการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะด้วยกัน ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.10 ร้อยละ 42.59 สะดวกที่จะเข้ารับการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะในช่วงวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ร้อยละ 87.50

ชื่อผู้แต่ง

นางสาวทัศนีย์วรรณ์ ศรีประดิษฐ์

Download Fulltext

คำสำคัญ

วิธีการศึกษาชุดวิชาการออกแบบและพัฒนาเว็บ

วารสารฉบับที่

 

ปีที่ 2 ม.ค. - ธ.ค. 2555


เลขที่หน้า

 226-240

จำนวนผู้เข้าอ่าน

69 ครั้ง

 

 

สถิติวารสาร


จำนวนสมาชิก 750  คน
ผู้เข้าชม 23,243  คน
จำนวนบทความที่เผยแพร่ทั้งหมด 113  บทความ

©2016 e-jodil.stou.ac.th
Design by www.stou.ac.th